Forget me not กับความสับสนของคนไทย
posted on 29 Jun 2009 13:02 by honya-p
o( ^ w ^ )o
วันนี้จะมาพูดกันเกี่ยวกับเรื่องดอกไม้ (ทั้งๆที่ตัวเองไม่ค่อยจะสนใจธรรมชาติ) ฮะแฮ่ม
ดอกไม้ที่จะนำมาเป็นหัวข้อในวันนี้คือ ดอกไม้ที่มีนามที่สุดแสนโรแมนซ์ และในนิยายหลายเล่มหยิบเอาดอกไม้นี้มาใช้
ดอกนั่นมีนามว่า.....ว่า.....ว่า.........(เอ่กโค่เพื่อ??)
"Forget Me Not"
ความหมายของ "Forget me not" แปลว่า "อย่าลืมฉัน" และมันก็มีความหมายว่ารักแท้ซะด้วย หวานซ้าาาา
มันจะโรแมนติกมากถ้า ใช้เป็นดอกไม้ที่มอบไห้แก่กันยามต้องพลัดพรากจากกันไป T^T
แล้วมันน่าสับสนยังไงล่ะ?
เพราะว่าคนไทย(ส่วนไหญ่) คิดว่าดอก Forget me not คือดอกแวววิเชียร์ยังไงล่ะ ที่เอาเรื่องนี้มาพูดนะก็เพราะว่า ตัวเองเป็นคนชอบอ่านนิยาย รักๆ เลิฟ แล้ว ก็ได้พบเจอเจ้าดอก Forget me not ในหนังสือ
หลายๆคนอาจจะได้อ่านเรื่องเดียวกับเรา ถ้าเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือนิยายของสำนักพิมพ์ . . . . . กับ . . . . . . อ่ะนะ
(พิมพ์ไม่ได้เดี๋ยวเค้าจะหาว่าอ้างอิง เฮ่ๆ)
ตอนแรกก็คิดว่า ชื่อมันเท่ห์ดีเหะ อยากได้มาปลูกที่บ้านจังเลย
ด้วยความเป็นคนที่ขี้สงสัยด้วยแล้ว ก็ลองสืบค้นไปมาว่าเจ้าดอกเนี่ยมันมีปลูกอยู่ในประเทศไทยตามที่หนังสือนิยายที่ข้าพเจ้านะ จริงไหม ทั้งถามคุณแม่ที่เป็นคนรักต้นไม้ ถามคนขายดอกไม้ แล้วเราก็ได้ข้อมูลมามากมาย
แล้วเราก็พบว่ามันมีจริงค่ะ!?
แต่ว่ามันไม่ไช่ดอกสีฟ้าที่หนังสือนิยายที่ข้าพเจ้าบอก มันกลับเป็นดอก แวววิเชียร ที่มีสี ม่วง-ชมพู แทน
ทำไมนะเหรอ?! เอนทรี่นี้จะไขข้อข้องใจของหลายๆคนเอง ว่ะฮ่ะฮ่ะฮ่าาาาา
^
^
(อาการกำเริบ =_= '')
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
Forget me not
ดอก Forget me not นั้นเป็นดอกไม้เมืองหนาว ซึ่งจะสามารถปลูกได้ในที่ๆอากาสหนาวเย็นเท่านั้น ซึ่งมันเป็นไปได้ยากมากที่จะปลูกในประเทศไทย (เพราะอากาศในประเทศไทยมีอยู่สามฤดู ร้อน ร้อนมาก ร้อนที่สุด ฮ่ะๆ)
ดอก Forget Me not มีสี ฟ้า จนถึง น้ำเงินเข้ม และเป็นดอกที่ไม่มีกลิ่นหอม (ออกจะเหม็นๆด้วยซ้ำไป)
แล้วทำไมเค้าถึงได้ตั้งชื่อดอกสีฟ้าว่า Forget me not ?
เอ๊ะ เอะ เอะ มันมีที่มาเน่อ. . . . . .
ตามตำนานเล่าว่า กาลครั้งหนึ่งมี อัศวินฝรั่งเศส( อุ๊ย คุณพี่ฟรานซิส )คนหนึ่ง เขาต้องการที่จะเด็ดดอกไม้ สีฟ้า แสนสวย ให้ผู้หญิงที่ตนรัก
แต่ทว่า ดอกไม้ดอกนั้นมันอยู่ริมน้ำ ฝ่ายอัศวินพอเด็ดดอกไม้ดอกนั้นได้ ก็พลัดตกลงไป!! และด้วยชุดเกราะเหล็กที่หนักมากทำไห้อัศวินผู้นั้นขึ้นมากไม่ได้ เขาจึงค่อยๆจม
แต่ก่อนที่เขาจะจมหายไป เค้าก็โยนดอกไม้ดอกนั้น ไห้กับผู้หญิงที่ตนรัก พร้อมกันตะโกนว่า
"อย่าลืมฉัน"
ตั้งแต่นั้นมา ดอกไม้สีฟ้านี้ ก็ได้ถูกตั้งชือตามมาว่า Forget me not
(แหมเรื่องรักหวานๆนี่ไม่พ้นประเทศคุณพี่ฟรานซิสเลยเนอะ)
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
แล้วเราก็ว่ากันมาถึงเรื่องของดอก "แวววิเชียร" กันมั่ง
รูปข้างบนคือดอก แวววิเชียร ที่คนไทยมักจะจำสับสน กับดอก Forget me not ของฝรั่ง
ดอกแวววิเชียรเป็นดอกไม้ที่ปลูกง่ายในทุกๆพิ้นที่ (ที่บ้านเราก็มีแวววิเชียร เพราะช่วงนั้นบ้านิยาย ไปหาซื้อมันมาปลูกจนได้สิน่า ตอนนี้เจ้าพุ่มดอกแวววิเชียร์ก็ยังสบายดีกันอยู่)
เป็นดอกเดี่ยว แต่ออกติด ๆ กันตามข้อต้นหรือง่ามใบ มักออกดอกพร้อมๆ กันตลอดต้น
กลิ่นนี้บางคนที่ชอบก็กล่าวว่าเป็นกลิ่น หอม บางคนที่ไม่ชอบก็จะบอกว่าเหม็น
ตัวเราเองก็เฉยๆน่ะ ตั้งแต่รบเร้าไห้หม่ามี้เอามาปลูกยังไม่ค่อยไปดูแลมันเลยอ่ะ (=_=)'''
หน้าตาเจ้าดอกแวววิเชียร์ก็ไม่เห็นจะเหมือนกับ ฟอร์เก็ตมีน๊อดเลยนี่หน่า?
สีก็ไม่เหมือนกันด้วย?
แล้วทำไมคนไทยจึ่งเรียกว่า ฟอร์เก็ตมีน๊อด ?
นั้นก็เพราะว่า
ครั้งนั้นแวววิเชียรถูกนำเข้ามาจากพม่า ความจริงต้น Forget - me - not ที่รู้จักกันทั่วโลก เป็นพืชเขตอบอุ่นถึงหนาวเย็น ไม่เกี่ยวข้องกับต้นแวววิเชียรของไทยเราเลย
แต่ก็เพราะว่าคนที่นำเข้ามาในประเทศไทยคนแรกนั้นเรียกมันว่า
"Forget me not"
จึ่งทำไห้คนสมัยก่อนยังเรียกเจ้าดอก แวววิเชียร เป็น ฟอร์เก็ตมีน๊อต จนถึงปัจจุบันคนขายดอกไม้บางคนยังเรียกเรียก แวววิเชียร ว่า ฟอรเก็ตมีน๊อตเลย
(เรียกตามกันมาเรื่อยๆนั่นเอง)
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
ทีนี้ก็เข้าใจกันแล้วสินะค่ะว่า ดอก forget me not นะที่จริงมันเป็นสีฟ้า แล้วก็ไม่สามารถปลูกในประเทศไทยได้
(แต่ถ้าภาคเหนือละก็ไม่แน่นะ อากาศหนาวๆนะ)
edit @ 29 Jun 2009 14:46:47 by Honya_p
edit @ 29 Jun 2009 15:04:45 by Honya_p